ไอเดียของแจก อีเว้นท์วาเลนไทน์ 2026 ที่แบรนด์ต้องรู้

วาเลนไทน์ 2026 ไม่ได้เป็นเพียงวันแห่งความรักในเชิงสัญลักษณ์อีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาทางการตลาดที่แบรนด์จำนวนมากใช้สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ทั้งในรูปแบบของ อีเว้นท์วาเลนไทน์ แคมเปญพิเศษ และของแจกที่ออกแบบมาเพื่อให้เกิดความรู้สึกดีต่อแบรนด์ในระยะยาว

ในยุคที่ผู้บริโภคเจอโฆษณาวันละหลายร้อยชิ้น สิ่งที่คนจดจำไม่ใช่แค่ข้อความขาย แต่คือ “ประสบการณ์” ที่เขาได้รับ และของแจกอีเว้นท์คือหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด เพราะมันไม่ใช่แค่ภาพผ่านตา แต่เป็นของที่จับต้องได้ ใช้ซ้ำได้ และอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้รับจริง ๆ

อย่างไรก็ตาม หลายแบรนด์ยังคงเจอปัญหาเดิมซ้ำ ๆ คือแจกของน่ารักแต่ใช้ไม่ได้จริง แจกของตามกระแสแต่ไม่สะท้อนตัวตนแบรนด์ หรือแจกเพราะคิดว่าใคร ๆ ก็แจก ผลลัพธ์ที่ตามมาคือของถูกลืม โลโก้ไม่ถูกมองเห็น และงบการตลาดที่ควรสร้างความทรงจำ กลับกลายเป็นต้นทุนที่หายไปอย่างน่าเสียดาย

อีเว้นท์วาเลนไทน์ 2026 เทรนด์ของแจกเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากของหวาน ของจุกจิก หรือของที่ใช้ได้แค่ช่วงเทศกาล มาเป็นของพรีเมี่ยมที่เน้นการใช้งานจริง ความเรียบง่าย แต่มีความหมาย และสามารถเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เลี่ยน ไม่ขายตรง แต่ทำให้คนรู้สึกดีทุกครั้งที่หยิบมาใช้

บทความนี้จึงรวบรวม 10 ไอเดียของแจกออก อีเว้นท์วาเลนไทน์ 2026 ที่คิดมาแล้วทั้งในมุมการตลาด การออกแบบ การใช้งาน และการต่อยอดเป็นคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำ กระบอกน้ำ ร่ม กิฟต์เซ็ต หรือของพรีเมี่ยมเชิงประสบการณ์ ทุกไอเดียถูกออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งแบรนด์และผู้รับในเวลาเดียวกัน

ของแจกวาเลนไทน์แบบไหน ถึงจะไม่โดนทิ้ง?

  • ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่สวยวันเดียว

ของที่รอดจากการถูกทิ้ง มักเป็นของที่คน “ต้องใช้ซ้ำ” โดยไม่ต้องฝืน เช่น แก้วน้ำ กระบอกน้ำ ถุงผ้า ร่ม หรือของบนโต๊ะทำงาน สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องติดธีมวาเลนไทน์ชัดเจน แต่ขอให้ใช้แล้วไม่เขิน ไม่รู้สึกว่าถือได้แค่ช่วงเทศกาล เมื่อของถูกใช้งานบ่อย โลโก้หรือชื่อแบรนด์ก็จะถูกเห็นซ้ำแบบเนียน ๆ โดยไม่ต้องขายตรง


  • ดีไซน์ต้องกลาง ๆ แต่ดูดี ใครได้ก็ใช้ได้

วาเลนไทน์ไม่ได้มีแค่คนมีคู่ และไม่ได้มีแค่ผู้หญิง ของแจกที่ดีจึงควรเป็นดีไซน์ที่ทุกเพศ ทุกวัย หยิบใช้ได้โดยไม่รู้สึกฝืน โทนสีสุภาพ เรียบ คลีน หรือมินิมอล มักไปได้ไกลกว่าสีชมพูหวานจัดหรือรูปหัวใจเต็มพื้นที่ เพราะมันไม่จำกัดอารมณ์การใช้งานแค่วันเดียว


  • มีคุณภาพพอให้ “ไม่อยากทิ้ง”

ต่อให้เป็นของชิ้นเล็ก ถ้าวัสดุดูดี น้ำหนักเหมาะสม ใช้งานไม่ก๊องแก๊ง คนจะรู้สึกว่ามันมีคุณค่าโดยอัตโนมัติ ของที่พังง่าย ใช้ไม่สะดวก หรือดูถูกเกินไป มักถูกตัดใจทิ้งเร็วมาก วาเลนไทน์จึงไม่ใช่แค่เรื่องความน่ารัก แต่คือความรู้สึกว่าแบรนด์ “ตั้งใจเลือกของให้เรา”


  • โลโก้ต้องอยู่แบบพอดี ไม่แย่งซีน

อีกเหตุผลที่ของแจกโดนทิ้ง คือโลโก้ใหญ่เกินไปจนคนไม่อยากใช้ ของแจกที่ฉลาดคือของที่คนใช้ได้โดยไม่รู้สึกว่าเป็นป้ายโฆษณา โลโก้ขนาดพอดี วางตำแหน่งเนียน หรือใช้การสกรีนสีเดียวกับตัวสินค้า จะทำให้ของดูพรีเมี่ยมขึ้น และอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้รับได้นานกว่า


  • ของที่ทำให้คนรู้สึกว่า “ได้แล้วคุ้ม”

สุดท้าย ของแจกวาเลนไทน์ที่ไม่โดนทิ้ง คือของที่ทำให้ผู้รับรู้สึกว่า ถ้าไม่ได้แจก เขาก็อาจจะต้องซื้อเอง นั่นแปลว่าของชิ้นนั้นมีคุณค่าพอในเชิงการใช้งาน ไม่ใช่แค่ของแถมตามเทศกาล เมื่อคิดได้ถึงจุดนี้ ของแจกจะไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่หายไป แต่กลายเป็นสื่อที่ทำงานแทนแบรนด์ได้จริง

ของแจกที่ดี ไม่ได้แข่งกันที่ความหวาน แต่แข่งกันที่ว่า “ใครอยู่ได้นานกว่า” ในชีวิตของคนรับ และนั่นแหละ คือหัวใจของของแจกวาเลนไทน์ที่ไม่โดนทิ้ง

แจกของวาเลนไทน์ให้ลูกค้า B2B ดีไหม?

แจกได้ ถ้ามันสื่อว่า “เราเป็นพาร์ทเนอร์ ไม่ใช่แค่คนขาย”

ของแจกวาเลนไทน์สำหรับ B2B ไม่จำเป็นต้องหวาน ไม่ต้องมีหัวใจ ไม่ต้องชมพู แต่ควรสื่อสารว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ได้จบแค่ PO เดียว ของที่เหมาะคือของที่ใช้งานได้จริงในออฟฟิศหรือชีวิตการทำงาน เช่น แก้วน้ำ กระบอกน้ำ ชุดกิฟต์เซ็ตเรียบ ๆ หรือของที่ช่วยให้วันทำงานดีขึ้นนิดหนึ่ง

ลูกค้า B2B จะรู้สึกดีมาก ถ้าของที่ได้ “ไม่ดูเหมือนของแถมงานแฟร์” แต่ดูเหมือนของที่ตั้งใจเลือกมาให้จริง ๆ


สิ่งที่ไม่ควรทำ คือแจกแบบ B2C แล้วหวังผลแบบ B2B

ความพังที่พบบ่อยคือ เอาของหวานจัด น่ารักจัด หรือของจุกจิกไปแจกผู้บริหารหรือฝ่ายจัดซื้อ ผลคือเขารับไว้ตามมารยาท แต่ไม่ได้ใช้ และไม่ได้รู้สึกผูกพันอะไรเพิ่ม ของแบบนั้นไม่ผิด แต่มันไม่ทำงานในโลก B2B

B2B ต้องการความมืออาชีพ ความพอดี และความรู้สึกว่าแบรนด์นี้ “เข้าใจบริบทการทำงานของเรา”


แจกช่วงวาเลนไทน์ = ข้ออ้างดี ๆ ในการทักแบบไม่ขาย

ข้อดีมากของวาเลนไทน์คือ มันเป็นเทศกาลที่ทักหาได้โดยไม่ต้องขายตรง ของแจกจึงกลายเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ เช่น การส่งของเล็ก ๆ พร้อมการ์ดขอบคุณ หรือข้อความสั้น ๆ ที่ไม่ได้พูดเรื่องราคา ไม่พูดเรื่องโปร แต่พูดว่า “ขอบคุณที่ร่วมงานกัน”

แก้วน้ำสกรีนโลโก้ธีม Valentine Minimal

แก้วน้ำสกรีนโลโก้ยังคงเป็นของแจกยอดนิยมที่ไม่เคยตกยุค โดยเฉพาะในปี 2026 ที่ดีไซน์แบบ Minimal มาแรง ดีไซน์เรียบ หวานน้อย แต่ดูแพง ใช้โทนสีอย่าง soft pink, nude หรือ cream ผสมกับฟอนต์บาง ๆ ทำให้แก้วน้ำสามารถใช้ได้ทุกวัน ไม่ถูกจำกัดแค่ช่วงวาเลนไทน์

ข้อดีของแก้วน้ำประเภทนี้คือสามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้รับได้จริง ไม่ว่าจะเป็นบนโต๊ะทำงาน ในห้องเรียน หรือที่บ้าน ทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาใช้ โลโก้แบรนด์ก็จะถูกมองเห็นซ้ำ ๆ โดยไม่รู้สึกว่ากำลังถูกโฆษณา

นอกจากนี้ แก้วน้ำยังสามารถพัฒนาให้เป็นมากกว่าของแจกธรรมดา เช่น การใส่ QR Code บนตัวแก้วเพื่อลิงก์ไปยังหน้าแคมเปญพิเศษ หรือการใส่สโลแกนแนวรักตัวเอง รักอย่างมีสไตล์ เช่น “Love yourself first” เพื่อสร้างความรู้สึกร่วมกับผู้ใช้ในทุกครั้งที่ใช้งาน

กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิ Love Edition

กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิยังคงเป็นหนึ่งในของแจกอีเว้นท์ที่ให้ผลตอบแทนทางการตลาดสูงมาก โดยเฉพาะในบริบทของวาเลนไทน์ปี 2026 ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับของใช้ที่ “อยู่กับเขานาน” มากกว่าของที่ใช้แค่ชั่วคราว กระบอกน้ำเป็นของที่คนพกติดตัว ใช้ซ้ำแทบทุกวัน ไม่ว่าจะไปทำงาน ไปเรียน หรือออกกำลังกาย ทำให้โลโก้และตัวตนของแบรนด์ถูกมองเห็นซ้ำอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้งบโฆษณาเพิ่มในระยะยาว

เหตุผลที่กระบอกน้ำถูกมองว่าเป็นของแจกที่ ROI สูง ไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้งาน แต่คือพื้นที่ในการสื่อสารแบรนด์ที่ชัดเจน ตัวกระบอกมีพื้นที่สกรีนโลโก้หรือข้อความได้พอดี ไม่ใหญ่จนขายตรง และไม่เล็กจนถูกมองข้าม เมื่อดีไซน์ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจ กระบอกน้ำหนึ่งใบสามารถทำหน้าที่เป็น “สื่อโฆษณาเคลื่อนที่” ที่อยู่กับผู้ใช้ในชีวิตประจำวันได้ยาวนานหลายเดือนหรือหลายปี

สำหรับ Love Edition ในช่วงวาเลนไทน์ 2026 แบรนด์สามารถลดความหวานลง แต่เพิ่มความพรีเมี่ยมเข้าไปแทน เช่น ใช้สีโทนสุภาพ เรียบหรู หรือสีพิเศษเฉพาะแคมเปญ เพื่อให้กระบอกน้ำสามารถใช้งานได้ทั้งปี ไม่ถูกจำกัดว่าเป็นของตามเทศกาล และยังช่วยเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูมีรสนิยมมากขึ้น

Gift Set “Self-Love Box”

Gift Set “Self-Love Box” คือแนวคิดของแจกวาเลนไทน์ที่ฉีกออกจากภาพจำเดิม ๆ ของความรักแบบคู่รัก แล้วหันมาโฟกัสที่ “ความรักตัวเอง” ซึ่งเป็นคอนเซปต์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่อย่างชัดเจน ในปี 2026 คนจำนวนมากไม่ได้อินกับความหวานหรือการขายโรแมนติกแบบเดิม แต่ให้คุณค่ากับการดูแลตัวเอง ความสบายใจ และความหมายที่จับต้องได้ในชีวิตประจำวัน

กล่องของขวัญขนาดกะทัดรัดนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่าของแจก แต่เป็นประสบการณ์เล็ก ๆ ที่ผู้รับสามารถค่อย ๆ เปิด ค่อย ๆ ใช้ และค่อย ๆ รู้สึกดีกับแบรนด์ ภายในกล่องสามารถประกอบด้วยแก้วน้ำสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ชาหรือกาแฟซองที่สร้างโมเมนต์พักผ่อนระหว่างวัน การ์ดข้อความที่ส่งพลังบวก และสติ๊กเกอร์ดีไซน์เรียบ ๆ ที่สะท้อนตัวตนของแคมเปญ

จุดเด่นของ Gift Set ประเภทนี้คือการเล่าเรื่อง เมื่อผู้รับเปิดกล่อง เขาจะไม่ได้รู้สึกว่าได้รับของหลายชิ้นแยกกัน แต่จะรับรู้ถึงคอนเซปต์เดียวกันที่เชื่อมโยงทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน ตั้งแต่แพ็กเกจจิ้ง โทนสี ข้อความ ไปจนถึงอารมณ์โดยรวมของกล่อง ทำให้แบรนด์ถูกจดจำในฐานะผู้ให้ที่ “เข้าใจความรู้สึก” มากกว่าผู้ขายสินค้า

คอนเซปต์ “รักตัวเองก่อน แล้วค่อยรักคนอื่น” ทำให้ Gift Set นี้เหมาะกับอีเว้นท์หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอีเว้นท์องค์กร แคมเปญขอบคุณลูกค้า หรือกิจกรรมที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์เชิงบวก โดยเฉพาะกับกลุ่มคนทำงานหรือกลุ่มที่ให้คุณค่ากับไลฟ์สไตล์มากกว่าความหวานแบบเทศกาล

เมื่อออกแบบอย่างตั้งใจ Gift Set “Self-Love Box” จะไม่ใช่แค่ของแจกวาเลนไทน์ แต่จะกลายเป็นสื่อสารแบรนด์ที่อบอุ่น ใช้งานได้จริง และทำให้ผู้รับรู้สึกดีทุกครั้งที่หยิบของแต่ละชิ้นออกมาใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่โฆษณาทั่วไปไม่สามารถทำได้ง่าย ๆ

ร่มสกรีนโลโก้โทนหวาน (Valentine Umbrella)

ร่มเป็นหนึ่งในของแจกอีเว้นท์ที่คน “ไม่กล้าทิ้ง” และแทบไม่ถูกมองว่าเป็นของจุกจิก เพราะเป็นของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในประเทศที่สภาพอากาศแปรปรวนอย่างประเทศไทย ร่มจึงเป็นของที่มีอายุการใช้งานยาว ถูกหยิบใช้ซ้ำโดยไม่รู้ตัว และพาโลโก้แบรนด์ออกไปปรากฏในพื้นที่สาธารณะอยู่เสมอ

จุดแข็งของร่มในมุมการตลาดคือการมองเห็นซ้ำในวงกว้าง ทุกครั้งที่ฝนตก ร่มหนึ่งคันอาจถูกเห็นโดยคนจำนวนมาก ทั้งบนถนน หน้าออฟฟิศ หรือในอีเว้นท์กลางแจ้ง ทำให้โลโก้แบรนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของฉากชีวิตจริง โดยไม่ต้องพึ่งสื่อโฆษณาเพิ่มเติม

สำหรับวาเลนไทน์ปี 2026 เทรนด์การออกแบบร่มเปลี่ยนจากความหวานจัด มาเป็นโทนสีพาสเทลหม่นที่ดูนุ่ม สบายตา และใช้งานได้ทั้งปี สีอย่าง dusty pink, beige, sage green หรือ off-white ช่วยให้ร่มดูพรีเมี่ยมและไม่ถูกจำกัดว่าเป็นของตามเทศกาล ความสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ลายหัวใจหรือกราฟิกหวือหวา แต่อยู่ที่ความเรียบและความลงตัวของดีไซน์

เทคนิคสำคัญในการทำให้ร่มดูพรีเมี่ยมคือการเลือกสกรีนโลโก้ขนาดเล็กแต่ชัดเจน วางตำแหน่งอย่างตั้งใจ และหลีกเลี่ยงลวดลายที่รกหรือขายตรงเกินไป การเลี่ยงลายหัวใจเต็มคันช่วยให้ร่มสามารถใช้ได้ในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือวันฝนตกทั่วไป ซึ่งยิ่งทำให้แบรนด์ถูกเห็นบ่อยขึ้นโดยไม่รู้สึกว่ากำลังโฆษณา

Tote Bag Valentine Edition

กระเป๋าผ้า Tote Bag ยังคงเป็นของแจกอีเว้นท์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นของที่ใช้งานได้จริง ไม่จำกัดเพศหรือวัย และสามารถใช้ได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นไปทำงาน ไปเรียน ช้อปปิ้ง หรือใช้ในชีวิตประจำวัน วาเลนไทน์ 2026 จึงไม่ใช่แค่การทำกระเป๋าผ้าโทนหวาน แต่คือการออกแบบให้กระเป๋า “อยู่ได้นานกว่าเทศกาล”

จุดแข็งของ Tote Bag ในมุมการตลาดคือพื้นที่สื่อสารแบรนด์ที่ใหญ่และชัด แต่ถ้าออกแบบไม่ดี ก็อาจกลายเป็นกระเป๋าที่ดูขายตรงเกินไป เทรนด์ปี 2026 จึงเน้นการสื่อสารแบบเนียน ผ่าน Typography design หรือ Illustration minimal ที่เล่าอารมณ์ของวาเลนไทน์โดยไม่ต้องใช้สัญลักษณ์หวานจัด ทำให้กระเป๋าดูมีสไตล์และถูกหยิบใช้ซ้ำบ่อย

Typography design ช่วยให้ข้อความสั้น ๆ หรือประโยคที่มีความหมาย กลายเป็นจุดเด่นของกระเป๋า โดยไม่ต้องพึ่งลวดลายเยอะ ขณะที่ Illustration minimal ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์ให้กระเป๋า ดูเป็นงานออกแบบมากกว่าของแจก เมื่อจับคู่กับโทนสีวาเลนไทน์ที่สุภาพ เช่น ชมพูหม่น ครีม เบจ หรือเทาอ่อน กระเป๋าจะสามารถใช้ได้ทั้งช่วงเทศกาลและหลังจากนั้นโดยไม่รู้สึกขัดเขิน

Tote Bag Valentine Edition จึงเป็นของแจกที่ทำหน้าที่ได้ทั้งในฐานะของใช้และสื่อแฟชั่นเล็ก ๆ ที่ผู้รับรู้สึกอยากพกออกจากบ้าน ยิ่งกระเป๋าถูกใช้งานบ่อยเท่าไร แบรนด์ก็ยิ่งเข้าไปอยู่ในสายตาของผู้คนมากขึ้นเท่านั้น แบบไม่ต้องพูด ไม่ต้องขาย แต่ถูกจดจำผ่านการใช้งานจริง

Power Bank รุ่นพรีเมี่ยม Love Tech

Power Bank รุ่นพรีเมี่ยมเป็นของแจกที่สื่อสาร “ความห่วงใย” ผ่านเทคโนโลยีได้อย่างชัดเจน เพราะเป็นของที่ช่วยแก้ปัญหาจริงในชีวิตประจำวัน และมักถูกหยิบใช้ในช่วงเวลาสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างทำงาน เดินทาง หรือออกอีเว้นท์ การที่แบรนด์เลือกมอบ Power Bank ให้กับผู้รับ จึงเท่ากับการส่งสัญญาณว่าแบรนด์เข้าใจไลฟ์สไตล์และความเร่งรีบของเขา

Love Tech Edition สำหรับวาเลนไทน์ 2026 ไม่ได้เน้นความหวานแบบเทศกาล แต่ผสานภาพลักษณ์ของเทคโนโลยีเข้ากับความอบอุ่นอย่างพอดี ดีไซน์ควรเรียบ เท่ ใช้โทนสีสุภาพ เช่น เทา เงิน ชมพูหม่น หรือดำด้าน เพื่อให้ดูเป็นพรีเมี่ยมและเหมาะกับผู้ใช้งานระดับองค์กรมากกว่าของแจกทั่วไป

Power Bank ประเภทนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มลูกค้า VIP ลูกค้าองค์กร หรือพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ เพราะเป็นของที่มีมูลค่าในตัวเอง และสะท้อนถึงความตั้งใจของผู้ให้ การเลือกสเปกที่ดี น้ำหนักพอดี และรองรับการใช้งานกับหลายอุปกรณ์ จะช่วยเพิ่มความรู้สึกว่าแบรนด์ไม่ได้แจกเพียงของสวย แต่แจกของที่คิดมาแล้วจริง ๆ

ในเชิงภาพลักษณ์ Power Bank รุ่นพรีเมี่ยมทำหน้าที่เป็นตัวแทนของแบรนด์ที่ทันสมัย ใส่ใจรายละเอียด และพร้อมดูแลผู้ใช้ในทุกสถานการณ์ ยิ่งเมื่อถูกใช้งานซ้ำในบริบทการทำงานหรือการเดินทาง โลโก้แบรนด์ก็จะถูกมองเห็นในช่วงเวลาที่ผู้รับกำลังพึ่งพาของชิ้นนั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สร้างความรู้สึกผูกพันกับแบรนด์ได้ดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ของแจกวาเลนไทน์ 2026 แบบไหนกำลังนิยม?
A: ของแจกที่ใช้ได้จริง เช่น แก้วน้ำ กระบอกน้ำ และร่มสกรีนโลโก้

Q: ของแจกวาเลนไทน์ควรมีโลโก้หรือไม่?
A: ควรมีโลโก้ แต่ขนาดเล็ก ดูเนียน และไม่รบกวนการใช้งาน

Q: แจกของวาเลนไทน์ยังไงให้ไม่เลี่ยน?
A: ใช้ดีไซน์มินิมอล โทนสุภาพ และข้อความแนว self-love

Q: ของแจกวาเลนไทน์เหมาะกับงานอีเว้นท์แบบไหน?
A: เหมาะกับงานเปิดตัว งานแฟร์ และงานขอบคุณลูกค้า

Q: งบของแจกวาเลนไทน์เริ่มต้นประมาณเท่าไหร่?
A: เริ่มต้นประมาณ 20–50 บาทต่อชิ้น ขึ้นอยู่กับสินค้า

Q: ของแจกวาเลนไทน์ช่วยให้แบรนด์เป็นที่จดจำไหม?
A: ช่วย เพราะเป็นของที่ใช้งานซ้ำและเห็นโลโก้บ่อย

Q: ควรสั่งของแจกวาเลนไทน์ล่วงหน้านานแค่ไหน?
A: ควรสั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 เดือน

หากคุณกำลังหาของพรีเมี่ยมที่มีหลากหลายแบบ หลากหลายสไตล์ ที่สกรีนโลโก้ได้ เอาไว้แจกลูกค้าหรือองค์กร ติดต่อปรึกษาเราได้ที่ Buddy Premium

เทรนด์ของพรีเมี่ยมวาเลนไทน์ปีนี้ อะไรที่กำลังมาแรง?

ของขวัญพรีเมี่ยมที่เหมาะกับทุกความสัมพันธ์ใน วาเลนไทน์

Similar Posts